Please use this identifier to cite or link to this item: http://ssruir.ssru.ac.th/handle/ssruir/446
Title: การสร้างตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม
Authors: นางสาวชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์
นางสาวชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย
นางสาวภฤศญา ปิยนุสรณ์
นางวรรณี สุทธใจดี
Issue Date: 2554
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม โครงการวิจัยนี้ มุ่งเน้นการการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งผู้ให้ข้อมูล ประกอบไปด้วย กลุ่มผู้ประกอบการ และ ผู้บริโภค ศึกษาถึงการรับรู้และทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม ศึกษา ความคิดเห็นของผู้ประกอบการที่มีต่อสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม แนวทางในการสร้างตรา สินค้าให้กับสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม วางแผนกลยุทธ์ทางด้านการสื่อสารทางการตลาด ให้กับสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม ผลการศึกษาพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มตัวอย่าง จานวน 400 คน พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศ หญิง (63.2%) มีอายุ 20-39 ปี มากที่สุดถึง 41.0% มีสถานภาพสมรส โสด มากที่สุดถึง 53.8% มี อาชีพ เจ้าของกิจการ มากที่สุดถึง 28.5% มีระดับการศึกษา ต่ากว่าปริญญาตรี มากที่สุดถึง 74.5% รายได้ต่อเดือน ต่ากว่า 10,000 บาท มากที่สุดถึง 58.0% มีจานวนสมาชิกในครอบครัว 3- 4 คน มากที่สุดถึง 48.0% กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ท่องเที่ยว มากที่สุดถึง 22.4% กลุ่มสินค้าที่มี ตราที่ท่านซื้อเป็นสินค้ากลุ่ม สินค้าอุปโภคในชีวิตประจาวัน มากที่สุดถึง 46.6% 2. ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ไม่เคยพบปัญหาจาก การซื้อสินค้าที่มีตราสินค้า มากที่สุดถึง 80.5% ความถี่ในการซื้อสินค้าที่มีตราสินค้า มากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ซื้อสินค้าที่มีตราสินค้าจากสถานที่ ห้างสรรพสินค้า เจาะจงเลือก “เฉพาะตราสินค้า ใดตราสินค้าหนึ่ง มากที่สุดถึง 50.5% 3. ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีตราสินค้าด้านผลิตภัณฑ์ เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อได้ผลการศึกษาดังนี้ กลุ่มตัวอย่างที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ มีเครื่องหมาย รับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น อย.ฮาลาล โดยมีค่าเฉลี่ย 3.97 ด้านราคา เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อได้ผลการศึกษาดังนี้ กลุ่มตัวอย่างที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ มีมาตรฐาน เดียวกันในการตั้งราคา โดยมีค่าเฉลี่ย 3.85 ด้านการจัดจาหน่าย เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อได้ผล การศึกษาดังนี้ กลุ่มตัวอย่างที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ สินค้าที่มีตราสามารถหาซื้อได้สะดวก โดยมี ค่าเฉลี่ย 3.99 ด้านการส่งเสริมการตลาด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อได้ผลการศึกษาดังนี้ กลุ่ม ตัวอย่างที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทาให้สามารถจดจา ตราสินค้าได้ โดยมีค่าเฉลี่ย 3.94 4. แนวทางในการสร้างตราสินค้าให้กับตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม พบว่าตรา สินค้า อันดับที่ 1สมุทรสงคราม ภาพที่ 3 คิดเป็นร้อยละ 85.75 อันดับที่ 2 ลั่นกลอง ภาพที่ 2 คิด เป็นร้อยละ 60.75 ตามลาดับ ซึ่งมีแนวทางในการสร้างตราสินค้า ดังนี้ 4.1 แนวทางการออกแบบตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้ประสบความสาเร็จ แนวทางการออกแบบตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้ประสบความสาเร็จนั้นปัจจัยหลาย ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสาเร็จของการออกแบบตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม การออกแบบ ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้ประสบความสาเร็จนั้นสิ่งที่เป็นหัวใจในการออกแบบตรา สินค้า คือ ความแตกต่างจากตราสินค้าอื่นที่มีอยู่ในท้องตลาด และมีจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะของตราสินค้า (Unique Selling Point) ซึ่งจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ และความแตกต่าง 4.2 แนวทางในการสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อให้ตราสินค้าเป็นที่ ยอมรับในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย และสามารถแข่งขันกับตราสินค้าต่างประเทศ การสื่อสารตรา สินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามเพื่อให้ตราสินค้าเป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยนั้นเป็นสิ่งที่มี ความสาคัญอย่างยิ่งต่อความสาเร็จของตราสินค้า การสื่อสารตราสินค้านั้นเป็นสิ่งที่เจ้าของตรา สินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามจะต้องให้ความสาคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และจะต้องเรียนรู้และ เข้าใจกับเรื่องนี้ ไม่ใช่มองว่าการสื่อสารตราสินค้าเป็นเรื่องที่ไกลตัว หรือเกินกาลังของตัวเอง การ สื่อสารตราสินค้านั้นไม่จาเป็นเสมอไปที่จะต้องใช้จานวนเงินมหาศาลเท่านั้น จึงจะประสบ ความสาเร็จได้แต่สิ่งที่สาคัญกว่าเรื่องของเงินนั้น คือ การเข้าใช้ในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ เพราะการ สื่อสารตราสินค้านั้นเป็นกระบวนการที่จะต้องทาในระยะยาวจึงจะเห็นผล ซึ่งผลที่ได้นั้นคุ้มค่ากับ การลงทุน 5. วางแผนกลยุทธ์ทางด้านการสื่อสารทางการตลาดให้กับสินค้าของจังหวัด สมุทรสงคราม ควรมีกลยุทธ์การให้ข่าวสารเกี่ยวกับจังหวัดและผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์การสร้างความ น่าเชื่อถือและความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัด กลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ โดยผ่านการจัดกิจกรรมพิเศษ กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ให้กับตราสินค้าและจังหวัด กลยุทธ์ การยืมความสนใจ (Borrowed – interest Strategy) กลยุทธ์ผ่าน (Pass Strategy) กลยุทธ์การ บริหารความสัมพันธ์กับสื่อมวลชน อภิปรายผล จากสรุปผลการศึกษาทั้งหมดข้างต้นจะเห็นว่า การสื่อสารตราสินค้าของจังหวัด สมุทรสงครามให้สามารถแข่งกับตราสินค้าต่างประเทศนั้น เป็นกระบวนการที่จะต้องกระทาอย่าง มีหลักการ และใช้ผู้มีความรู้จริงในเรื่องของการตราสินค้าเป็นผู้ดาเนินการ ตราสินค้าของจังหวัด สมุทรสงครามส่วนใหญ่ยังบริหารกิจการแบบครอบครัว ไม่ค่อยจ้างมืออาชีพเข้ามา บริหารงาน ไม่ ค่อยคิดการดาเนินธุรกิจเพื่อยกระดับตราสินค้าให้เป็นสากล ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม หลายรายที่ทาในเวลานี้ส่วนใหญ่จะเป็นการคิดและดาเนินการตามกระแสทางการตลาด ซึ่งยัง ขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงเรื่องของการสื่อสารตราสินค้า ในการสื่อสารตราสินค้าของ จังหวัดสมุทรสงครามจาเป็นที่ต้องสร้างจุดต่างให้ผู้บริโภครู้สึก อาจใช้วิธีการกาหนดบุคลิกภาพ ตราสินค้าให้แตกต่าง ใส่มูลค่าเพิ่มให้สินค้า หรือเพิ่มคุณลักษณะสินค้าให้แตกต่างออกไป สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องการออกแบบตราสินค้า ของ ศรีกัญญา มงคลศิริ (2547) ที่ให้หลักคิดใน การกาหนดตาแหน่งของตราสินค้าไว้ 3 ประการ ประการแรกต้องเป็นจุดที่สินค้าเราสามารถ นาเสนอได้ ประการที่สองต้องเป็นจุดที่ตราสินค้าเราแตกต่างและได้เปรียบคู่แข่งและประการ สุดท้ายคือต้องเป็นจุดที่ผู้บริโภคต้องการ และเป็นจุดที่ไม่มีตราสินค้าใดสามารถตอบสนองความ ต้องการได้ดีที่สุด ส่วนในแง่ของผู้บริโภคต้องสร้างความภักดีให้กับตราสินค้าเพราะแม้ว่าตรา สินค้าต่างประเทศจะดูมีความน่าเชื่อถือกว่า แต่ถ้าผู้บริโภครู้สึกชอบตราสินค้าของไทยแล้ว ผู้บริโภคก็จะไปมีโอกาสเริ่มต้นกับสินค้าที่เป็นตราสินค้าต่างประเทศได้ยาก ทาให้คู่แข่งที่ตรา สินค้าต่างประเทศทาตลาดยากขึ้น ต้องใช้งบประมาณมากขึ้นในการทาให้ผู้บริโภคเปลี่ยนใจมาใช้ ตราสินค้าของเขา เรื่องของการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้าง ความสัมพันธ์ หรือการสื่อสารตราสินค้านั้น ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามต้องทาการ ติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นระหว่างผู้บริโภคกับตราสินค้าของจังหวัด สมุทรสงครามให้ได้มากที่สุด ดังนั้นธุรกิจไทยจะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค ต้องรู้ ข้อมูลว่า ผู้บริโภคเป็นใคร ต้องการอะไร อะไรที่มีแล้ว อะไรที่ขาดก็เสริมเข้าไป ต้องมีการเสนอสิ่งใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภครู้สึกดีกับเรา ว่าเราเป็นที่เดียวที่รู้ใจเขา เป็นที่เดียวที่ตอบสนองได้อย่างดีที่สุด เมื่อผู้บริโภคประทับใจอย่างนี้แล้วก็ยากที่ตราสินค้าต่างประเทศจะชิงผู้บริโภคไปได้ ซึ่งการสื่อสาร กับผู้บริโภคนั้นสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องการสื่อสารแบบครบวงจรที่เป็นเรื่องของการใช้สื่อที่ หลากหลายเพื่อสื่อสาร และทาความใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตราสินค้านั้นเป็น ตราสินค้าที่ตอบสนองตนเองได้ดีที่สุด การสร้างตราสินค้า เป็นความจาเป็นที่ผู้ประกอบการในยุคโลกแห่งการแข่งขันจาเป็น จะต้องให้ความสาคัญ เพราะทราบกันดีว่า การมีตราสินค้า ที่เป็นที่รู้จักและจดจาของผู้บริโภคจะ นามาซึ่งการเพิ่มผลิตภาพ มูลค่า ยอดขาย และช่องทางการจัดจาหน่าย ซึ่งหมายถึงผลกาไรและ ความมั่นคงทางธุรกิจในท้ายที่สุด การสร้างตราสินค้าให้แข็งแรงต้องทาควบคู่ไปกับการสื่อสารตรา สินค้าเสมอ เพราะกิจกรรม 2 อย่างนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ตราสินค้าประสบความสาเร็จ แนวคิด เรื่องการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร (Integrated Marketing Communication) จึงถูกนามาใช้ เพื่อเป็นแนวทางในการสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เกิดการรับรู้และเชื่อถือในตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การ ประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายการสื่อสาร ณ จุดซื้อ การตลาดตรง และการบริหารลูกค้า สัมพันธ์ เป็นต้น เพื่อทาให้การสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ การเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับศักยภาพของตราสินค้าก็เป็นสิ่งสาคัญในการสื่อสาร ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้ประสบความสาเร็จ แม้ว่าสื่อโทรทัศน์ จะเป็นสื่อที่ผู้บริโภค เปิดรับมากที่สุดในแต่ละวัน แต่ข้อจากัดของสื่อชนิดนี้ก็คือเรื่องของราคาที่สูง ตราสินค้าไทยบาง รายอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอต่อการเลือกใช้สื่อชนิดนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่จาเป็นเสมอไปที่ จะต้องใช้สื่อโทรทัศน์เท่านั้นถึงจะประสบความสาเร็จทางการการสื่อสารตราสินค้าได้ หากแต่ตรา สินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามต้องเริ่มที่จะทาการสื่อสารตราสินค้าอย่างจริงจัง โดยใช้รูปแบบอื่น ๆ ที่องค์กรมีศักยภาพที่จะเลือกใช้ได้ โดยการใช้สื่อต่าง ๆ นั้นจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และ เลือกใช้อย่างถูกต้อง การใช้สื่อที่หลากหลายในการสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามนั้น สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องของการสื่อสารแบบครบวงจร หรือ IMC ของ ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคา (2544) ที่กล่าวว่าการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการจะรวมการสื่อสารทุกรูปแบบที่เหมาะสมของ ซึ่งการ สื่อสารการตลาดจะมีหลายรูปแบบ แต่จะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยค้นหาวิธีการ ที่จะติดต่อสื่อสารถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับประโยชน์ของสินค้าที่ลูกค้าจะได้รับ การสื่อสาร การตลาดแบบบูรณาการจะสร้างการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ผ่านช่องทางทั้งที่ใช้สื่อ (Media) และไม่ใช้สื่อ (Nonmedia) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการสื่อสาร อีกทั้งสอดคล้องกับงานวิจัยเรื่อง ”กลยุทธ์การบริหารการสื่อสารทางการตลาดเพื่อรักษาความเป็นผู้นาในตลาด : กรณีศึกษาผลิตภัณฑ์ไวตามิลค์แบบยูเอชที” ของ สิรินิธิ์ วิรยศิริ (2545) ที่พบว่าใช้เครื่องมือการ สื่อสารการตลาดแบบครบวงจรคือโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการขาย ส่วนช่องทาง สื่อที่นิยมใช้มากที่สุดคือ สื่อโทรทัศน์ในการเลือกช่องทางสื่อที่จะใช้นั้น จะต้องอยู่ภายใต้กรอบ แนวคิดของตาแหน่งตราสินค้า บุคลิกตราสินค้า และสารหลักเดียวกันในส่วนของภาครัฐก็ควรมี การสนับสนุนเรื่องของการใช้ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามอย่างจริงจังควรจะกาหนดเรื่องนี้ ให้กลายเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อที่จะเป็นการละลายพฤติกรรมในเรื่องของความนิยมในตราสินค้า ต่างชาติ และในอีกมุมหนึ่งทางภาครัฐก็ต้องอานวยความสะดวก และเอื้อประโยชน์กับตราสินค้า ของจังหวัดสมุทรสงครามให้มากกว่าตราสินค้าต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าทางภาครัฐมี ข้อกาหนดมากมายที่เป็นปัญหากับผู้ที่ทางานด้านการสื่อสาร ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม ทาให้ในบางครั้งตราสินค้าไทยไม่สามารถทาการสื่อสารตรา สินค้า ที่มีจุดเด่น ที่เป็นข้อแตกต่าง และมีคุณค่ามากกว่าตราสินค้าต่างประเทศได้ ขอยกตัวอย่าง เช่น เรื่องของสมุนไพร ที่ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องนี้มาก ตราสินค้าต่างประเทศจานวนมาก สนใจในธุรกิจประเภทนี้ จนนาสมุนไพรของไทยไปผลิตสินค้า และสร้างตราสินค้าให้เป็นของ ชาวต่างชาติ ทั้ง ๆ ที่สมุนไพรนั้นมีต้นกาเนิดจากประเทศไทยตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามก็ อยากสร้างตราสินค้าเรื่องของสมุนไพรให้เป็นสิ่งที่คนไทยมีความได้เปรียบ แต่ข้อกาหนดของทาง ภาครัฐไม่เอื้อแก่การทาการสื่อสารถึงคุณประโยชน์ของสินค้าให้ผู้บริโภคได้รับรู้ซึ่งแตกต่างจาก ต่างประเทศที่ภาครัฐจะช่วยอานวยความสะดวกให้กับการสื่อสารตราสินค้า จนทาให้ตราสินค้านั้น เป็นที่นิยมในระดับสากล การสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้ประสบความสาเร็จนั้นจะต้องทาการ สื่อสารให้มีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภค และสอดคล้องไปกับวีถีชีวิตของผู้บริโภคให้ได้ ความ น่าเชื่อถือนั้นสามารถสร้างได้โดยหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของตราสินค้านั้นว่าเป็น อย่างไรความน่าเชื่อถือในตราสินค้าจะเกิดขึ้นได้ก่อต่อเมื่อการสื่อสารตราสินค้ามีความชัดเจน และไม่ไร้ทิศทาง นักสื่อสารตราสินค้าจะต้องให้ความสาคัญกับเรื่องนี้ เพราะหากคุณไม่ชัดเจนใน สายตาผู้บริโภคแล้วผู้บริโภคก็ไม่เชื่อถือในตราสินค้าของคุณ การยอมรับในตราสินค้าก็จะไม่ เกิดขึ้นการทาการสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้น่าเชื่อถือนั้น จะต้องพยายามใช้ วิธีการสื่อสารที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความใกล้ชิดกับตราสินค้า ซึ่งจะทาให้ความน่าเชื่อถือเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า การที่สื่อสารตามกระแสของโลก การสื่อสารตรา สินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามจะต้องเข้าใจง่ายแต่กว่าจะค้นหาวิธีการที่จะทาให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายนั้น จะต้องผ่านกระบวนการที่ผู้เชี่ยวชาญใช้ความรู้ และประสบการณ์ที่มีกลั่นกรองมาอย่าง ดีแล้ว เพื่อให้ผู้บริโภครับสารได้ง่ายที่สุด การสื่อสารตราสินค้าที่ดีนั้นควรที่จะตอบสนองได้ทั้งมุม ของผู้บริโภค และมุมของผู้ประกอบการ เพราะในบางครั้งการสื่อสารสามารถทาให้ผู้บริโภคชื่น ชอบได้แต่ไม่ช่วยสร้างยอดขายให้กับตราสินค้าได้ การสื่อสารนั้นก็จะไม่สมบูรณ์ นักสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามจึงจาเป็นต้อง กระทาการสื่อสารอย่างรอบคอบ โดยที่จะต้องทาให้เกิดความสมดุลของบุคคลทั้ง 2 ฝ่ายให้ได้ ซึ่ง การสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้ผู้บริโภคชาวไทยยอมรับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะ ทาให้สาเร็จได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่หากเป็นกิจกรรมที่จะต้องใช้ระยะเวลา และความ ต่อเนื่องมาใช้เพื่อให้ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามเป็นที่ยอมรับให้ได้ผู้ประกอบการชาวไทย ควรที่จะให้ความสาคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่การทาเพื่อตามกระแสเท่านั้น แต่จะต้องทาโดย มีแบบแผนที่ชัดเจน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยการ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามนั้นจะมีผลประโยชน์ต่อ ผู้ประกอบการไทยเป็นจานวนมาก และยังมีผลประโยชน์ระดับชาติ เพราะตราสินค้าของจังหวัด สมุทรสงครามก็ถือเป็นทรัพย์สินของชาติชิ้นหนึ่งการสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามนั้น จาเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณในการทาการสื่อสาร แต่งบประมาณนั้นไม่จาเป็นต้องเป็นเงิน จานวนมากก็ได้ แต่ต้องเป็นงบประมาณที่มีการจัดสรรไว้อย่างต่อเนื่องเพราะการสื่อสารตราสินค้า ต้องทาแบบยั่งยืน (Sustainable) คือต้องทาการติดต่อกับผู้บริโภอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง เพื่อให้ ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภคให้ได้ สอดคล้องกับ งานวิจัยเรื่อง “การสื่อสารตราสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผสมพร้อมดื่ม ไนท์ (Nite)”ของ สิริพร ปัณณกาญจนวงศ์ (2545) ที่ว่ากลยุทธ์ที่ตราสินค้าไนท์เลือกใช้นั้น เป็นการผสมผสานระหว่าง เครื่องมือหลาย ๆ ประเภท คือการโฆษณา การส่งเสริมการขาย การจัดกิจกรรมเชิงการตลาดการ สื่อสาร ณ จุดขาย และการใช้เครื่องมืออื่น ๆ เข้าช่วย เช่นการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น โดยทุก เครื่องมือที่ใช้ต้องนาเสนอไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อชักจูงผู้บริโภคให้เกิดการทดลองซื้อในที่สุด นอกจากนี้ ไนท์ (Nite) ยังได้วางแผนการสื่อสารตราสินค้าด้วยการใช้ความถี่อย่างสม่าเสมอ เพื่อ เป็นการตอกย้าการรับรู้ และจดจาในตราสินค้าของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาสภาพ ตลาดประกอบไปด้วย แต่ด้วยข้อจากัดเรื่องงบประมาณของตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าของตราสินค้าหลายท่านจะมองว่าตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามไม่สามารถสู้ตราสินค้า ต่างประเทศได้เพราะเรามีงบประมาณที่น้อยกว่า ซึ่งความเป็นจริงแล้วหากนักการสื่อสารตรา สินค้ารู้จักใช้สื่อให้เหมาะสม การเอาชนะตราสินค้าต่างประเทศก็เป็นสิ่งที่ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามสามารถกระทาได้เช่นกันการสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามนั้นเป็นเรื่อง ที่ผู้ประกอบการไทย และภาครัฐจะต้องให้ความสาคัญอย่างจริงจังโดยต้องมีการร่วมมือกันเพื่อ พัฒนาตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้สามารถแข่งขัน ในตลาดภายในประเทศ และ ผลักดันเข้าสู่ระดับสากลให้ได้ เนื่องจากในแต่ละปีรายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์จากประเทศ ไทยมีจาวนมหาศาล แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของการรับจ้างผลิตให้กับตราสินค้าต่างชาติ ดังนั้น หากผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามให้เป็นที่รู้จักในระดับ สากลได้ สินค้าก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการก็จะมีกาไรเพิ่มขึ้น การจ้างงานก็จะมีมากขึ้น สภาพเศรษฐกิจของประเทศก็จะดีขึ้นตามไปด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อกันทั้งสิ้นซึ่งหาก ตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงครามสามารถที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแรง และมั่นคงได้แล้ว ประเทศชาติก็จะแข็งแรงและมั่นคงตามไปด้วย แต่หากผู้ประกอบการไทยยังไม่เห็นความสาคัญ ของการสื่อสารตราสินค้าของจังหวัดสมุทรสงคราม สภาวะของตราสินค้าของจังหวัด สมุทรสงครามก็จะถดถอย และไม่สามารถแข่งขันกับตราสินค้าต่างประเทศได้ในท้ายที่สุด ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. เจ้าของตราสินค้าไทยควรมีการจัดสรรงบประมาณในการสื่อสารตราสินค้าอย่างเป็น ระบบ และมีหลักการ ซึ่งจะต้องมองว่างบประมาณในการสื่อสารตราสินค้านั้นไม่ได้ลงทุนไปแล้ว ไม่ได้ประโยชน์ แต่การสื่อสารตราสินค้าเป็นสิ่งที่จะเห็นผลในระยะยาว ไม่สามารถวัดผลใน ระยะเวลาอันสั้นได้ เจ้าของตราสินค้าไทยควรที่จะกระทาการสื่อสารตราสินค้าไทยให้มีความ ต่อเนื่อง เพื่อที่จะเกิดผลดีกับตราสินค้าอย่างยั่งยืน 2. ภาครัฐควรจะให้สิทธิพิเศษบางประการแก่เจ้าของตราสินค้าไทย เพราะจะเป็นการ ส่งเสริมให้ตราสินค้าไทยให้มีโอกาสที่จะแข่งกับตราสินค้าต่างประเทศได้ มิฉะนั้นแล้วตราสินค้า ต่างประเทศที่มีความได้เปรียบทางด้านเงินทุนก็จะครองตลาด และเพิ่มระยะห่างระหว่างตรา สินค้าไทยกับสินค้าต่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ 3. การสื่อสารตราสินค้าไทยควรใช้ผู้มีความรู้จริงในการดาเนินการ เพราะการสื่อสารตรา สินค้าไทยยังคงเป็นไปในรูปแบบของการทาตามกระแสที่เข้ามา ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเจ้าของ ตราสินค้าควรจะมีการจ้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในเรื่องการสื่อสารตราสินค้า ไทยมาทางาน แม้ว่าค่าจ้างจะสูงแต่ก็คุ้มค่ามากกว่าสิ่งที่จะเสียไป4. การทาวิจัยเพื่อหาแนวทางในการทาการสื่อสารตราสินค้าไทยเป็นสิ่งที่จาเป็นอย่างยิ่ง เพราะการทาวิจัยจะสามารถค้นพบ Consumer Insight ของผู้บริโภคได้ และเมื่อรู้จักผู้บริโภคดี แล้วการทาการสื่อสารก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1. การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นการศึกษาเกี่ยวกับการสื่อสารตราสินค้าไทยเป็นหลัก หาก ต้องการให้ได้ความชัดเจนมากขึ้นควรทาการศึกษาเรื่องการสร้างตราสินค้าไทยควบคู่กันไปด้วย เพราะการที่ตราสินค้าไทยจะประสบความสาเร็จหรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสื่อสารตราสินค้า อย่างเดียว แต่จะต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่น ๆ ของตราสินค้าด้วย 2. ในการศึกษาเรื่องของการสื่อสารตราสินค้าไทยนั้น ควรจะมีการศึกษาถึงแนวทางใน การสื่อสารตราสินค้าต่างประเทศเพื่อนามาเปรียบเทียบกันด้วย เพื่อนาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ว่า ตราสินค้าต่างประเทศนั้นเป็นอย่างไร และจะมีวิธีการใดที่จะสามารถพัฒนาให้การสื่อสารตรา สินค้าไทยให้ประสบความสาเร็จ
URI: http://ssruir.ssru.ac.th/handle/ssruir/446
Appears in Collections:งานวิจัย (ภาษาไทย)

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
008-54.pdf2.46 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.