Please use this identifier to cite or link to this item: http://ssruir.ssru.ac.th/handle/ssruir/308
Title: เรื่อง วิเคราะห์รูปแบบการกระจายผลิตผลลิ้นจี่เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ของอาเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
Authors: วรรณี สุทธใจดี
Issue Date: 2553
Abstract: การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการกระจายสินค้าที่มีความเหมาะสมสาหรับผลิตผลลิ้นจี่ อาเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เกษตรผู้ปลูกลิ้นจี่ ในพื้นที่อาเภออัมพวา มีตาบลสวนหลวง ตาบลบางช้าง ตาบลบางนางลี่ ตาบลบางแค ตาบลเหมืองใหม่ ตาบลวัดประดู่ ตาบลแควอ้อม และตาบลอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ใช้วิธีสุ่มจากตารางเลขสุ่ม หลังจากนั้นคานวณขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของทาโร ยามาเน่ (Yamane) จานวน 95 คน เก็บรวบ รวมโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าถ่วงน้าหนัก ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาวิจัยพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างเกษตรกรเป็นเพศชายและเพศหญิงใกล้เคียงกัน มีประสบการณ์ในการทาสวนลิ้นจี่ 5-10 ปีมากที่สุด รองลงมา 11-20 ปี ส่วนใหญ่มีเนื้อที่ในการเพาะปลูกตั้งแต่ 1-10 ไร่ มีผลผลิตโดยเฉลี่ยต่อปี 1-3 ตัน ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อปี 50,000-100,000 บาท 2. กลุ่มตัวอย่างเกษตรกรส่วนใหญ่ขายผลิตผลลิ้นจี่เอง รูปแบบที่เกษตรกรขายเองส่วนใหญ่ขายภายในตาบล ส่วนมากขายผลิตผลลิ้นจี่ผ่านคนกลาง โดยส่วนใหญ่พ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อถึงแหล่งผลิต 3. ปัจจัยต่างๆ โดยรวมมีความสาคัญกับกิจกรรมการกระจายผลิตผลลิ้นจี่อยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่า ด้านที่มีความสาคัญกับกิจกรรมการกระจายผลิตผลลิ้นจี่มากที่สุด ได้แก่ ด้านการขนส่ง และด้านบรรจุภัณฑ์ รองลงมา ได้แก่ ด้านการคลังสินค้า 4. ด้านการขนส่ง พบว่า ข้อที่มีความสาคัญกับกิจกรรมการกระจายผลิตผลลิ้นจี่มากที่สุด ได้แก่ ความปลอดภัย รองลงมา ได้แก่ การระบุตาแหน่งการในขนส่ง ระยะเวลาในการจัดส่ง คุณภาพรถขนส่ง ความสะดวกของเส้นทาง และการตรงต่อเวลา ตามลำดับการศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการกระจายสินค้าที่มีความเหมาะสมสาหรับผลิตผลลิ้นจี่ อาเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เกษตรผู้ปลูกลิ้นจี่ ในพื้นที่อาเภออัมพวา มีตาบลสวนหลวง ตาบลบางช้าง ตาบลบางนางลี่ ตาบลบางแค ตาบลเหมืองใหม่ ตาบลวัดประดู่ ตาบลแควอ้อม และตาบลอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ใช้วิธีสุ่มจากตารางเลขสุ่ม หลังจากนั้นคานวณขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของทาโร ยามาเน่ (Yamane) จานวน 95 คน เก็บรวบ รวมโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าถ่วงน้าหนัก ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาวิจัยพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างเกษตรกรเป็นเพศชายและเพศหญิงใกล้เคียงกัน มีประสบการณ์ในการทาสวนลิ้นจี่ 5-10 ปีมากที่สุด รองลงมา 11-20 ปี ส่วนใหญ่มีเนื้อที่ในการเพาะปลูกตั้งแต่ 1-10 ไร่ มีผลผลิตโดยเฉลี่ยต่อปี 1-3 ตัน ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อปี 50,000-100,000 บาท 2. กลุ่มตัวอย่างเกษตรกรส่วนใหญ่ขายผลิตผลลิ้นจี่เอง รูปแบบที่เกษตรกรขายเองส่วนใหญ่ขายภายในตาบล ส่วนมากขายผลิตผลลิ้นจี่ผ่านคนกลาง โดยส่วนใหญ่พ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อถึงแหล่งผลิต 3. ปัจจัยต่างๆ โดยรวมมีความสาคัญกับกิจกรรมการกระจายผลิตผลลิ้นจี่อยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่า ด้านที่มีความสาคัญกับกิจกรรมการกระจายผลิตผลลิ้นจี่มากที่สุด ได้แก่ ด้านการขนส่ง และด้านบรรจุภัณฑ์ รองลงมา ได้แก่ ด้านการคลังสินค้า 4. ด้านการขนส่ง พบว่า ข้อที่มีความสาคัญกับกิจกรรมการกระจายผลิตผลลิ้นจี่มากที่สุด ได้แก่ ความปลอดภัย รองลงมา ได้แก่ การระบุตาแหน่งการในขนส่ง ระยะเวลาในการจัดส่ง คุณภาพรถขนส่ง ความสะดวกของเส้นทาง และการตรงต่อเวลา ตามลำดับ3. ปัญหาในปัจจุบัน คือ มีกลุ่มผู้แอบอ้างนาเอาผลผลิตลิ้นจี่ในพื้นที่อื่นมาวางจาหน่ายในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะผลผลิตลิ้นจี่ที่นามาจาหน่ายนั้นไม่มีคุณภาพ เกิดการทาลายชื่อเสียงของลิ้นจี่พันธุ์แท้ของอาเภออัมพวา 4. การรวบรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ในอาเภออัมพวา โดยให้หน่วยงานของภาครัฐเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนเรื่องการกาหนดราคากลางหรือราคาเป้าหมายและการเคลื่อนไหว ด้านราคา รวมทั้งการออกใบรับรองคุณภาพและมาตรฐานผลผลิตลิ้นจี่ในอาเภออัมพวาเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค 5. การรณรงค์การปลูกลิ้นจี่สายพันธุ์แท้ของอาเภออัมพวา “ลิ้นจี่สามน้า” จากการลงพื้นที่วิจัย ผู้วิจัย พบว่า เกษตรกรบางรายตัดต้นลิ้นจี่สายพันธุ์แท้ทิ้ง เนื่องจากไม่มีผลผลิตลิ้นจี่ให้เก็บเกี่ยว ทางกลุ่มนักวิชาการเกษตรควรลงพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์ โดยมุ่งเน้นการปลูกพืชแบบผสมผสานคือการปลูกพืชชนิดอื่นปะปน เพื่อจะได้มีผลิตผลเก็บเกี่ยวขายทั้งปี แต่ขณะเดียวกันก็ให้เกษตรกรช่วยกันอนุรักษ์ลิ้นจี่สายพันธุ์แท้นี้ไว้คู่กับจังหวัดสมุทรสงครามไว้ด้วย ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1. การศึกษาเส้นทางการส่งออกผลผลิตลิ้นจี่ของอาเภออัมพวาไปยังต่างประเทศ 2. ศึกษาการมีส่วนรวมของเกษตรกรในกระบวนการจัดทาใบรับรองคุณภาพและมาตรฐานผลผลิตลิ้นจี่อาเภออัมพวา 3. การมีส่วนรวมของเกษตรกรในการอนุรักษ์ลิ้นจี่สายพันธุ์แท้ของอาเภออัมพวา
URI: http://ssruir.ssru.ac.th/handle/ssruir/308
Appears in Collections:งานวิจัย (ภาษาไทย)

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
035-53.pdf1.61 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.